2008/Apr/09

แหะๆ  แบบว่า  เอาฟิคมารีไรท์ใหม่ ตอนเดียวจบ(ตัดตอนอยางแรง) 

อ่านตอนเดิมแล้วมันรู้สึกว่าหลุดคาแรกเตอร์ไงไม่รู้ เหอๆ ลองอ่านดูนะ

คำเตื่อน : เป็นฟิคชั่นเพชรพระอุมา  ส่อวายหน่อยๆ

คำเตื่อน2 : ไม่ชอบอย่าเม้นต์นะ  ขอร้อง มานบาดใจ เหอๆ

////////////////////////////////////

 

"..กอง.."



"....ผู้กอง"




เสียงทุ้มลึกดังขึ้นในโสตประสาท..เสียงที่เคยชิน เสียงของคู่ปรับตลอดกาลของเขา..


ความรู้สึกหนาวยะเยือกรุมล้อมเข้ามาสู่มโนสำนึกของ รพินทร์ ไพรวัลย์ 

ความรู้สึกอันพร่ามัวยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆแทบจะขาดลมหายใจ ณ วินาทีใดวินาทีหนึ่ง ประสาทชาไปหมดทุกส่วนแม้แต่หนังตาก็แทบจะลืมไม่ขึ้น...



"ผู้กองครับ..."




เสียงกังวาลแจ่มใสนั้นกระซิบแผ่วเบาข้างกาย.....รู้สึกถึงน้ำที่ไหลจากปากไปสู่ลำคอ...สักพัก  เขาก็รวบรวมสติสัมปชัญญะและเริ่มรู้สึกตัวมากขึ้น



.........ความอบอุ่นเริ่มเกิดขึ้นทีละน้อยและแผ่ซ่านไปทุกอณู.... ขยับนิ้วที่แขนขวารู้สึกว่ามีมือใหญ่อีกมือกอบกุมไว้อย่างหลวมๆ 



 ..รพินทร์บีบมือนั้นเบาๆหนึ่งครั้งเพื่อเป็นการบอกว่าเขารู้สึกตัวแล้ว...เมื่อลืมตาขึ้นก็ปรากฏภาพของร่างสูงใหญ่ที่ชะโงกมองเขาอยู่


.....ริมฝีปากได้รูปนั้นยิ้มละไม สายตาทอประกายอ่อนโยนจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา


"แงซาย!"


เขาพึมพำในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงแหบแห้งที่เขาเอ่ยขึ้นมาเป็นคำแรก


...บุรุษหนุ่มใบหน้าคมสันที่เขาเรียกติดปากว่า'แงซาย'ในยามปกติ
แต่หากเวลาไม่พอใจก็เติม'ไอ้'หรือ'ไอ้เวร'นำหน้าเสียทุกครั้งไป   ยามนี้ยิ้มพรายอยู่ข้างกายเขาและส่ายหน้าไปมาอย่างแช่มช้า



"ผู้กองอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยครับ"



รพินทร์คราง อืม ในลำคอ  เขาเงยหน้าดูเค้าหน้าอันหมดจดคมสันนั้น สะบัดหัวเพื่อเรียกสติเบาๆ 



ร่างกายเพรียวหากแต่แข็งแกร่งของเขาอยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นแข็งแรงของอดีตหัวหน้ากองโจรกระเหรี่ยงนาม'แงซาย' เขาขยับลุกออกมาจากที่มั่นอันแสนอบอุ่นนั้น   แต่แขนกำยำทั้ง2ข้างกลับโอบแน่นขึ้นอีกเหมือนจะห้ามการกระทำนั้น



เขาเข้าใจดีเวลานี้เขาแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงลุกขึ้นนั่งด้วยตัวเอง จึงถอนหายใจแล้วเอ่ยถามคนตรงหน้า




"ฉันอยู่ที่ไหน...ทุกคน..คุณหญิงล่ะ.."



รพินทร์กัดฟันถามแงซายด้วยความหนาวสั่น  เขาไม่ต้องการที่จะให้ร่างตรงหน้าให้ความช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น..ต้องพูดว่าไม่อยากให้ใครมาสงสาร เห็นใจหรือเห็นว่าเขาอ่อนแอมากกว่า




"แงซายไม่รู้อะไรมากไปกว่าผู้กองหรอก"
แงซายถอนหายใจอย่างจนปัญญา

 “ฉันจะลุก”

รพินทร์พยุงตัวขึ้นโดยมีแงซายประคองอยู่  เขาเริ่มทอดสายตามองฝ่าความมืดสลัวรอบด้าน  มีเพียงแสงจากกองไฟที่สุมอยู่ข้างกายให้แสงสว่าง

...ก้มลงมองพื้น
มันคือแผ่นหินที่ปูรองด้วยผ้าขาวม้าของแงซาย  รพินทร์กวาดสายตาดูรอบๆสถานที่แห่งนั้น

สถานนี้เรียกได้ว่าเป็น'ถ้ำ'ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก มีโพรงเป็นคูหาแบ่งได้อีกต่อไปเรื่อยๆซับซ้อนกว่าที่สายตาของเขาจะมองได้ทะลุปรุโปร่ง


เขาหลับตาลง พยายามระลึกและทบทวนสาเหตุว่าเขาอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร....



.....ใช่แล้ว  คณะเดินทางของเขากำลังเดินทางฝ่าหิมะอยู่และในขณะนั้นก็มีพายุโหมกระหน่ำเข้ามา   สติเริ่มหายไปตั้งแต่เท้าของเขาลอยขึ้นจากพื้น


"ฉัน...ถูกพายุพัดมา?...."
รพินทร์เลิกคิ้ว หันไปมองแงซายที่อยู่ด้านข้างด้วยความงุนงง...แล้วแงซายมาอยู่กับเขาได้ยังไง...


ดวงตาคมที่แลกราดตามเขาไปรอบๆถ้ำหันมาประสานกับสายตาของรพินทร์อีกครั้ง ก้มศีรษะรับคำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ


"ใช่ครับผู้กอง...ทุกคนหาที่กำบังไว้หมดแล้วเหลือเพียงแต่ผู้กองที่วิ่งตามมาสมทบ ...ก่อนที่ผู้กองจะถูกพัดไปผมคว้าแขนของผู้กองไว้ได้  แต่พายุนั้นแรงเกินกำลังของผมที่จะฝืนต้านไหว…”

แงซายเงยหน้าสบตากับ’ผู้กอง’ของมัน

”แงซายกับผู้กองก็เลยถูกพายุพัดมาสลบเอาแถวๆนี้แหละ”

แงซายเล่าจบ มิวายฉีกยิ้มเห็นฟัน32ซี่อันเป็นสัญลักษณ์ของมันให้กับรพินทร์ 


“ฉันล่ะเกลียดรอยยิ้มของแกจริงเชียว  .. แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ”
เขาถลึงตา แยกเขี้ยว  ซึ่งมันก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้นอีกก่อนที่จะเล่าต่อ 
= =”เซ็งกับไอ้นี่จริงๆ


  “แงซายรู้สึกตัวไม่ช้าก็เดินออกตามหาผู้กอง   พอดีพบถ้ำนี้ระหว่างทางที่เดินหาผู้กอง  เดินไปอีกสักพักก็พบผู้กองนอนตัวสั่นจมหิมะอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่   แงซายก็เลยแบกผู้กองกลับมาพักอยู่ที่นี่"แงซายชี้นิ้วลงพื้น


       เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าคณะเดินทางและคุณหญิงดารินแม่ดอกฟ้าของเขาในขณะนี้อยู่ในที่ปลอดภัย


 ....ถ้าไม่นับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆที่มารุมล้อม   แค่เพียงตัวเขาเองก็เอาตัวรอดได้ไม่ยาก  อาจจะอย่างสบายเลยทีเดียว แล้วคราวนี้ยังมี'ของแถม'เป็นมือซ้ายจอมกะล่อนของเขา    คงตามไปสมทบคณะเดินทางของเจาได้ไม่ยากสักเท่าไหร่....



"แกว่าตอนนี้พวกนั้นจะเป็นยังไง"



"ผู้กองก็รู้….. ถามแงซายไปก็เหมือนผู้กองคิดนั่นแหละ"แงซายหัวเราะเบาๆ



"...อย่ามาเล่นแง่เอาตอนนี้ บอกมาว่าแกคิดยังไง"รพินทร์ถลึงตาใส่เจ้ากะล่อนแงซาย ส่งเสียงเชิงขู่


"ป่านนี้ทั้งนายหญิง ทั้งนายใหญ่และพวกเราก็คงหาที่พักอุ่นๆนั่งรอพวกเราอยู่กระมัง พรานทั้งสี่ของผู้กองก็มีฝีมือมากอยู่แล้ว ผู้กองยังจะห่วงอะไรอีก"


"แกทำไมไม่คิดว่าพวกเขากำลังออกตามหาฉันกับแกอยู่ล่ะ"
แงซายสั่นศีรษะ จ้องมองคนตรงหน้าตาเป็นประกาย


"ผู้กองควรจะรู้ไว้ว่าผู้กองเป็นจอมพราน...เป็นพรานที่เก่งที่สุด และเป็นคนที่แงซายนับถือ พวกเขาจะห่วงอะไรกับเสือที่อยู่ในป่า.." แล้วมันก็ยิ้มให้เขาอีกครั้ง รพินทร์เลิกคิ้วปรายตามองแงซายที่ยังยิ้มกว้างอยู่


"...แถมยังมีไอ้เสืออีกตัวเสือกตามมาจองล้างจองผลาญด้วยสิ...."


"สำหรับเสือโคร่งอย่างผู้กองผมก็เป็นได้แค่เพียงเสือดำเสือดาวนั่นแหละครับ"มันก้มศีรษะลง ทำท่านอบน้อม


เฮอะ..รพินทร์แค่นเสียงในลำคอแล้วหันไปดูแงซายโยนกิ่งไม้เพิ่มเข้าไปในกองไฟและเขี่ยเอาก้อนอะไรสักอย่างเสียบไม้ยื่นมาให้เขา

 

"ผู้กองทานมันเผานี่ก่อนเถอะ...จะได้มีแรงด่าแงซาย"

แงซายยิ้มเห็นฟันขาว


"เสือก!" ย้ากส์


รพินทร์กระทุ้งศอกกับสีข้างของร่างที่เขาเอนกายพิงอยู่เกิดเสียง'อูย'ในลำคอตามมา มันเผากลิ้งคลุกๆอยู่บนผ้าขาวม้า....


"โธ่!ผู้กอง  เสียของ  เอ๊ะ...ยังไม่ทันได้กินอะไรก็มีแรงด่าแงซายซะละ"
ร่างสูงโคลงหัว  เก็บมันเผามาปัดเศษดินออก


"ก็เพราะแกนั่นแหละ”


"แหม..แงซายทำให้ผู้กองมีแรงด่าได้ขนาดนี้เลยรึครับ  ชื่นใจจัง!"


รพินทร์จ้องแงซายตาเขียว  หันไปเผชิญหน้ากับใบหน้าคมสัน มือข้างซ้ายจับที่ไหล่กว้าง มือขวาง้างหมัดเสยเข้าที่ปลายคาง...แงซายเอนตัวหลบวูบไปด้านหลัง มือขวารับมัดของรพินทร์แล้วกระชากให้นั่งตักแข็งแรงนั้น  เจ้าตัวแอบหัวเราะคิกๆ


"ไอ่!.."


รพินทร์หันหน้าไปจะด่าเจ้าตัวกะล่อนต่อแต่ก็มีมันเผาหล่นตุบลงบนหน้าขาซะก่อน


"...กินเถอะครับ ผู้กองยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย..หรือจะผมให้ป้อน  แงซายยินดีรับใช้ครับผม^__^"   แงซายหยิบมันเผามาจ่อหน้า


"เออ!! ฝากไว้ก่อน" ย้ากส์


เขากระชากเสียงแล้วลุกขึ้นนั่งข้างๆ  หยิบมันเผาจากมือใหญ่มาทาน แต่ก่อนที่จะอ้าปากรับรสมันเผาเสียงกังวานนุ่มก็ดังข้างหู


"คิดดอกเบี้ยร้อยละ20นะครับ"  laugh


รพินทร์เริ่มทำตามคำพูดที่ว่า'ชิมไปบ่นไป'ของนายกคนปัจจุบัน

(คุกแน่กรู ) ปากเคี้ยวมันเผาอยู่ตุ้ยๆแถมยังมีเสียงบ่นสอดแทรกออกมาได้อีก


"ไอ้หน้าเลือด"


รพินทร์ทำเสียงจึ้กจั๊กในลำคอ ไม่หันไปมอง'เจ้ากะเหรี่ยงโฉมงาม'ที่กำลังยิ้มแก้มปริอยู่ข้างๆ
 

"ผู้กองของผมก็น่ารัก... "
รพินทร์สำลักมันเผาพุ่งพรวดออกปาก   เขาหยิบกระบอกน้ำข้างกายขึ้นมาดื่มแก้สำลัก


"……."
แงซายทำตาโตจ้องมองรพินทร์ที่ดื่มน้ำเข้าไป


"อะไร! หวงน้ำนักหรือไง กะจะให้ฉันลำสักมันเผาแกตายเหรอ เออ หวงดีนัก "
รพินทร์ดื่มน้ำจนหมด....แงซายชะงักไปเล็กน้อยเหมือนจะครุ่นคิด แล้วมันก็หัวเราะในลำคอ   เขามองหน้ามัน


"......"
มันทำตากรุ่มกริ่มเหมือนกับจะยั่วโมโหเขา  รพินทร์ ไพรวัลย์อดทนสายตานั่นไม่ไหวอีกต่อไป


"อะไร!.....ถ้าแกไม่บอกฉันจะต่อยแกเดี๋ยวนี้แหละ"เขาจ้องแงซายเขม็ง  ง้างหมัดเต็มที่


“ผู้กองรู้ไหมครับว่านั่นมันน้ำอะไร” มันยังตอบยิ้มๆ ทำท่าปางห้ามญาติ


“ก็ถามอยู่นี่!!”


"ผมจะบอกผู้กองว่า...น้ำที่ผู้กองดื่มไปเมื่อตะกี้ เป็นน้ำที่ผมใส่ยาสมุนไพรของตาบุญคำ สมุนขวาของผู้กองไว้"


"แล้วไงวะ  อากาศหนาวๆอย่างงี้ดื่มไปมันจะเป็นไร จะอุ่นขึ้นซะอีก"


แงซายส่ายหน้าแช่มช้า พูดเนิบๆ


"มันก็น่าจะเป็นอย่างผู้กองว่า ถ้าผมไม่เอาให้ผู้กองดื่มมาก่อนหน้านี้ครั้งนึงแล้ว …"

ไอ้เวรแงซาย...ทำพิษเขาเข้าให้แล้วไหมล่ะ

"แล้วแกทำไมไม่รีบบอกฉันก่อน"



"นึกแล้ว"เจ้าคู่ปรับของเขาเอ่ยขึ้นลอยๆ



"นึกห่าอะไร"



"ก็นึกว่าผู้กองต้องพูดอย่างนี้น่ะสิ ..ผมจะไปทันอะไรผู้กองเล่า  ยกขึ้นดื่มพรวดๆๆ ถึงผมจะรู้ทันผู้กองอยู่ทุกอย่างแต่ไม่รู้ว่าผู้กองจะสำลักมันเผาอย่างนี้นิ"



แงซายหัวเราะพรืด....เออ ดูเอาเถอะ ขนาดคำแก้ตัวยังจะแหนบแหนมเขาได้อีก



"เออ!!ก็ดีกว่าหนาวตายล่ะวะ”เขาถอนหายใจอย่างถอนฉิว


รพินทร์ล้มตัวลงนอน  แล้วร่างของแงซายก็นอนลงมาเคียงข้างกับเขา  รพินทร์ถอนหายใจอีกครั้ง พลิกตัวขยับหันหน้าหนีไปอีกทางหนึ่ง  แต่มันยังมิวายขยับเข้ามาใกล้เขาอีก  ไอ้นี่นิ!


“ฉันร้อน!!”รพินทร์ตะคอกเบาๆ เอาข้อศอกถองคนข้างๆ


“ผู้กองร้อนแต่ผมหนาวนี่…” มันยื่นหน้ามากระซิบ”หนาวทั้งกาย...หนาวทั้งใจ” ร่างของคนข้างๆสั่นเพราะกลั้นหัวเราะ  เขาไม่รู้จะขำหรือโกรธมันดี


“แล้วทำไมต้องมาเบียดฉันด้วยวะ  ร้อนจะตายห่าอยู่แล้ว” รพินทร์หันหน้าไปทางแงซาย พูดอย่างขำๆ แล้วถีบคนตรงหน้าเล่น


“หนาวกายผมก็อยู่ใกล้ๆผู้กองไง^__^   ส่วนหนาวใจนี่...... 
แงซายพูดพร้อมกับสบตาของเขา  แล้วมันก็หัวเราะ


“ฮา ฮา คงต้องให้ผู้กองช่วยหาให้ผมแล้วล่ะครับ”ตามันเป็นประกายขบขันอย่างเต็มที่  เขาก็หัวเราะไปด้วย

“อย่างแกหาได้ไม่ยากหรอกวะ  แต่แกไม่เอาเค้าเท่านั้นแหละ  อย่างมาเรียนั่นไง เขาอุตส่าห์ให้ท่าแต่แกดันไม่เอา.....เล่นตัว!”

“อย่าว่าแต่ผม  ผู้กองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ” มันฉีกยิ้มกว้าง แต่เหมือนจะนึกอะไรออก

 “โอะ...ผมเกือบลืมไปว่าผู้กองจัดการเธอไปแล้วตอนคุณหญิงแสนสวยของผมไม่อยู่ ” มันหัวเราะ

“อย่ามาเสือกเรื่องฉัน  ไอ้กะล่อน รู้ไปหมดนะแก  นอนได้แล้ว” เขายันหน้าท้องแข็งๆของมันไป1รอบ แล้วพลิกตัวหันหน้าไปอีกทางเช่นเดิม   

ไม่นาน เขาก็หลับสนิทไปเพราะความอ่อนล้าและหมดแรงข้าวต้ม 
ร่างของแงซายขยับเข้ามาทาบทับอยู่ข้างหลังของรพินทร์  ลำแขนกำยำโอบรอบตัวคนตรงหน้า กระชับเข้ามาแนบร่าง

“ผู้กองดื่มยาแก้หนาวไปหมดแล้ว  ขอยืมตัวคืนนึงนะครับผม”
แงซายยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูรพินทร์ที่ไม่รู้สึกตัว แล้วจุมพิตเบาๆที่แก้ม

“หลับฝันดีครับผู้กองที่รักของผม” 



 
////////////////////////////:: THE  END:://////////////////////////////

 

 

 

 

 

edit @ 10 Apr 2008 19:32:55 by [เจ๊]คิระ...จัง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
- -......แต่งไปได้นะฮะ เพชรพระอุมา ..
เป็นคู่ที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลยแฮะ
#1  by  AY-jin [ไอ-จินท์] At 2008-04-10 00:18, 
ฮ่าๆ ถือว่าเป็นคำชมแล้วกันนะsad smile
#2  by  [เจ๊]คิระ...จัง At 2008-04-10 01:52, 
ชอบ~
เป็นคู่ที่แอบเชียร์มานาน!?!?!
#3  by  Curio Lucifer of Viva'Ray~MenA At 2008-04-10 10:44, 
เอาล่ะ มาอ่านแว้วววว

น่ารักค่า~ ชอบบบบ อิอิ เราก็กำลังอิ๊ๆอั๊งๆคู่นี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่เคยอ่านเพชรพระอุมาจริงๆจังๆซักที

รอจิ้นเพชรพระอุมาที่ท่านมุ้ยกำลังจะสร้างอะ confused smile

#4  by  B e L L e ' s At 2008-04-11 10:11, 
อ๊ายยย คู่นี้ใช่เลยค่ะ เหอๆ เคยแอบจิ้นๆ แบบไม่รู้ตัวตั้งกะสมัยก่อนเข้าวงการวาย มาตอนนี้เลยกระเจิดกระเจิงโลดด ฮ่าฮ่า
#5  by  [๐~SeReNe~๐] At 2008-04-13 19:19, 

<< Home


คิระ โทโมซากิ
View full profile